การขอวีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) ง่ายกว่าที่คิด ยุโรปจ๋าพี่มาแล้ว

In Travel by Clear2 Comments

สวัสดีค่ะ หลังจากที่เคลียร์พาท่องเอเชียแบบสายดาร์กล่าสุดไป สถานีต่อไปคือทัวร์ยุโรปยาวๆ...ซึ่งถือว่าเป็นความใฝ่ฝันและจุดหมายปลายทางของใครหลายๆคนที่ต้องไปเยือนซักครั้งในชีวิต แต่จะมีวิธีการเตรียมตัวอย่างไรหล่ะ ? และมักจะติดปัญหา "เอ๊ะ...ไปยุโรปต้องขอ Visa นะ " ที่สำคัญคือเคลียร์ไม่ได้เป็นมนุษย์เงินเดือนด้วยจ้ะ (ฟรีแลนซ์นั่นเอง)..ความยากทวีคุณขึ้นไปอีกและมักเป็นที่หวั่นเกรงของผู้ขอมาก แต่อย่าเพิ่งกังวลไปค่ะเพราะในการขอ Visa เยือนประเทศเหล่านี้ไม่ยุ่งยากเวอร์วังอย่างที่คุณคิด โดยมีชื่อเรียกเก๋ๆว่า "เชงเก้น ( Schengen )"  มีหลายเว็บที่อธิบายวิธีขอวีซ่าเชงเก้นอย่างละเอียดอยู่แล้ว คงไม่เจาะลึกมากนะคะ เอาแค่ตอนมาตรฐานง่ายๆ ก่อนอื่นเราต้องมาทำความรู้จักกับเจ้าวีซ่าเชงเก้นซะก่อน 

วีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) คืออะไร 


วีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) เป็นวีซ่าที่ใช้สำหรับการเดินทางระยะสั้น ไม่เกิน 90 วัน ขอล่วงหน้าได้ไม่เกิน 3 เดือน สำหรับกลุ่ม 26 ประเทศในแถบยุโรปที่สามารเดินตัวปลิวเข้า -ออกข้ามพรมแดนระหว่างกันได้อย่างสบายๆ โดยไม่ต้องตรวจวีซ่าที่ชายแดนของแต่ละประเทศอีก หรืออาจมีตามสถานการณ์ ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการตกลงเชงเก้น (Schengen Agreement) ไม่มีอะไรต้องกังวลเลย บางที 3-7 วันทำการ ก็ได้รับเล่มคืนแล้ว โดย 26 ประเทศเชงเก้นได้แก่ …

ในจำนวน 22 ประเทศที่เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ได้แก่ ออสเตรีย เบลเยี่ยม สาธารณรัฐเชก เดนมาร์ก เอสโตเนีย ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี กรีซ ฮังการี อิตาลี แลตเวีย ลิธัวเนีย ลักเซมเบิร์ก มอลตา เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ โปรตุเกส สโลวัก สโลวีเนีย สเปน และสวีเดน
และจำนวน 4 ประเทศนอกสหภาพยุโรป ได้แก่ นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ และลิกเตนสไตน์

วีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) แบ่งเป็น 4 ประเภท คือ …


วีซ่าเชงเก้นประเภท A เป็นวีซ่าทรานซิท กรณีพลเมืองนอกเขตเชงเก้นเดินทางทางอากาศ และมีการ stop-over หรือ แวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินในประเทศที่เป็นเชงเก้นที่เครื่องจะบินไปยังประเทศที่สาม แต่ถ้าไม่ได้ออกนอกสนามบิน ก็ไม่ต้องขอวีซ่าประเภทนี้

วีซ่าเชงเก้นประเภท B เป็นวีซ่าทรานซิท จะออกให้กับบุคคลซึ่งเดินทางผ่านประเทศเชงเก้นประเทศใดประเทศหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งประเทศก่อนจะเดินทางต่อไปยังประเทศที่สาม (ไม่ได้เป็น visa-free สำหรับประเทศปลายทางและไม่ใช่เชงเก้น) เช่น คนไทยต้องการเดินทางไปสหรัฐอเมริกา (ต้องมีวีซ่าอเมริกา) หากแวะผ่านยุโรปสามารถขอวีซ่าประเภทนี้ได้ อาจเดินทางผ่าน 1 ครั้ง 2 ครั้งหรือมากกว่านั้นในกรณีพิเศษ ระยะเวลาเดินทางผ่านแต่ละครั้งจะต้องไม่เกิน 5 วัน

วีซ่าเชงเก้นประเภท C  วีซ่าพำนักระยะสั้น (Short-term stay) ส่วนใหญ่แล้วจะขอเป็นวีซ่าประเภทนี้กัน รวมถึงการท่องเที่ยวด้วย จะออกให้เดินทาง 1 หรือ 2 ครั้งหรือมากกว่านั้น โดยมีระยะเวลาที่อนุญาตให้พำนักแตกต่างกันออกไป แต่ไม่เดิน 90 วันในช่วงเวลา 6 เดือน 

วีซ่าเชงเก้นประเภท D เป็นวีซ่าแบบ Long Stay เข้าได้แค่ประเทศที่ขออยู่เกิน 90 วันเท่านั้น ส่วนการเดินทางไปประเทศระหว่างกลุ่มเชงเก้นด้วยกันได้หรือไม่ ก็แล้วแต่กฎระเบียบแต่ละประเทศที่ไม่เหมือนกัน ทั้งนี้พลเมืองจากประเทศที่ไม่ได้เป็นสมาชิกประเทศเชงเก็นจะต้องใช้วีซ่าทั้งสามประเภทเหมือนกัน

วีซ่าเชงเก้นสามารถเดินทางไปไหนได้บ้าง ?


คุณสามารถเดินทางไปทั่วพื้นที่เชงเก้นได้ทั้งหมด ซึ่งหมายความว่าสามารถเดินตัวปลิวเข้า - ออกข้ามพรมแดนในพื้นที่เชงเก้นโดยไม่ต้องตรวจวีซ่าที่ชายแดนของแต่ละประเทศอีก หรืออาจมีตามสถานการณ์ ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการตกลงเชงเก้น (Schengen Agreement) ที่สำคัญต้องขอวีซ่าที่สถานทูตของประเทศปลายทางหลัก หากไม่มีจุดหมายปลายทางที่ชัดเจนก็ควรขอที่สถานทูตของประเทศเชงเก้นที่จะเข้ามาเป็นประเทศแรก
ตัวอย่างสถานการณ์เช่น เคลียร์ขอวีซ่าประเทศสาธารณรัฐเช็ก เนื่องจากอยู่ประเทศเช็กนานที่สุด แต่เคลียร์บินเข้าประเทศกรีซเป็นที่แรกเนื่องจากราคาตั๋วที่คุ้มสุดคุ้ม !! (ตีตั๋วจากสิงคโปร์ - กรีซ เรื่องจริงนี่โดนกับเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ด่านขาเข้าสิงคโปร์แล้ว) แต่เจ้าหน้าที่เกิดคำถามและต้องการยืนยันว่าเราจะเข้าประเทศปลายทางจริง ดังนั้นถ้ารู้ตัวว่าตายแน่แล้วภาษาอังกฤษก็ไม่แข็งแรง !! ปัญหามาแน่นอนค่ะคุณขา แนะนำให้เตรียมรับสถานการณ์ให้ดีถ้ามีแพลนจะเที่ยวหลายประเทศและบินเข้า-ออกในพื้นที่เชงเก้น ให้เตรียมสำเนาเอกสารทั้งหมดที่ยื่นขอวีซ่าอย่างละ 1-2 ฉบับและหลักฐานการจองโรงแรมของแต่ละประเทศติดตัวไว้เลยค่ะ  หากเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าคุณไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด วีซ่าเชงเก้นไม่อนุญาตให้เข้าประเทศโดยอัตโนมัตินะจ้ะ !

อย่างที่บอกไปข้างต้น การยื่นขอสถานฑูตประเทศอะไรนั้นให้ดูจากประเทศที่อยู่นานที่สุดหรือประเทศที่เราเข้าประเทศแรก ถ้าหากใครมีประเทศที่อยู่นานที่สุดเท่ากันให้ยื่นประเทศแรกที่เราเข้าก่อนค่ะ

การพิจารณาวีซ่าใช้เวลานานแค่ไหน ?


โดยส่วนใหญ่จะได้รับการพิจารณาวีซ่าอาจใช้เวลาถึง 15 วัน บางกรณีอาจขยายเวลาเป็น 30 วันและในกรณีพิเศษเป็นเวลา 60 วัน โดยสามารถยื่นคำร้องล่วงหน้าได้ไม่เกิน 90 วัน
เนื่องจากปกติแล้วต้องใช้เวลาในการนัดหมาย 2 สัปดาห์และอีก 15 วันของการดำเนินการวีซ่า ซึ่งรวมแล้วเกือบ 1 เดือน ! แอบกระซิบว่าวีซ่าเคลียร์ได้เร็วมากนั่นขึ้นกับความโชคดีด้วยค่ะ 

ข้อมูลเบื้องต้นในการขอวีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa)


ต้องมายื่นคำร้องขอวีซ่าด้วยตัวเองเท่านั้น เนื่องจากประเทศในกลุ่มเช้งเก้นมีการใช้ระบบสแกนลายนิ้วมือเพื่อจำแนกคุณลักษณะและระบุลายนิ้วมือทั้ง 10 นิ้วเพื่อเก็บเป็นข้อมูลที่สามารถนำมาใช้ได้ภายใน 5 ปี
ระยะเวลาในการยื่นคำร้อง สามารถยื่นคำร้องขอวีซ่าล่วงหน้าได้ไม่เกิน 90 วันก่อนวันเดินทาง โดยจะต้องยื่นขอวีซ่าอย่างน้อย 15 วันก่อนการเดินทาง เนื่องจากการพิจารณาวีซ่าอาจใช้เวลาถึง 15 วัน (หรือนานกว่านั้นแล้วแต่กรณี)
การยื่นคำร้องขอวีซ่าประเทศสาธารณรัฐเช็กและประเทศออสเตรีย จำเป็นที่จะต้องทำการนัดหมายล่วงหน้า โดยจองคิวยื่นขอวีซ่าที่เว็บไซด์ของสถานฑูตประเทศนั้นๆค่ะ
ค่าธรรมเนียม ประเภทท่องเที่ยวระยะสั้น (ระยะเวลาน้อยกว่า 90 วัน) ราคามาตรฐานคิดเป็นเงินไทยที่ 60 ยูโรต่อคน ประมาณไม่เกิน 2500 บาทค่ะ

เมื่อได้รับวีซ่าแล้วต้องทำอย่างไรต่อ ? 


เมื่อได้รับวีซ่ามาแล้วก็อย่ามัวดีใจจนลืมเช็คความเรียบร้อยหล่ะ ถ้าเจอส่วนไหนผิดพลาดให้รีบแจ้งกลับสถานฑูตทันที อย่าลืมเด็ดขาด เตรียมสำเนาเอกสารทั้งหมดติดตัวไปด้วยเนื่องจากการควบคุมชายแดนอาจเช็คว่าคุณมีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อกำหนดหรือไม่ และอาจถูกปฏิเสธการเข้าเมืองที่ชายแดนอีกก็ได้ มือถือควรพร้อมใช้งานเพื่อติดต่อบุคคลที่สามารถช่วยเหลือเราได้เมื่อเกิดปัญหา บางทีอาจช่วยได้นะจ้ะ

ขั้นตอนในการขอวีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa)


เพื่อนๆอาจจะต้องให้ความสำคัญรายละเอียดเล็กๆน้อยๆของแต่ละประเทศที่แตกต่างกันไป รวมไปถึงความยาก-ง่ายในการสัมภาษณ์ด้วย ดังนั้นเพื่อนๆจะต้องเตรียมตัวเป็นอย่างดี โดยเข้าไปศึกษาจากเว็บไซด์ของประเทศนั้นๆเพื่อข้อมูลที่ถูกต้อง และความเรียบร้อยในการเตรียมเอกสารจำเป็นในการยื่นวีซ่าทุกประเภทให้เป๊ะตามนี้เลยค่ะ 

1. แบบฟอร์มยื่นวีซ่า สามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซด์ทางสถานฑูต - กรอกรายละเอียกครบถ้วน
2. พาสปอร์ต (Passport) ใครลืมเอกสารสำคัญมากนี่ให้หยิกตัวเองให้ร้องเลยค่ะ ...!! ต้องเหลืออายุไม่น้อยกว่า 6 เดือนนับจากวันที่ยื่นขอ และเล่มเก่าด้วยนะจ้ะ(หากมี) พร้อมสำเนาและทุกหน้าที่มีตราประทับ 
3. รูปถ่าย ขนาด 2 นิ้ว เป็นภาพหน้าตรง พื้นหลังขาวหรือสีอ่อน ไม่สวมหมวก ไม่ใส่แว่น ไม่แว๊น คือสุภาพอ่ะค่ะ  (*ให้เช็ครายละเอียดกับเว็บไซด์สถานฑูตด้วยอย่างถี่ถ้วนนะจ้ะ บางที่กำหนดเป็น ซม.เลยนะ) ควรถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน
4. ประกันการเดินทาง จำเป็นต้องซื้อ! สำคัญมากค่ะ ถ้าไม่มีไม่อนุมัติเด้อ โดยตอนซื้อต้องระบุประเทศให้ครอบคลุมทั้งหมดตั้งแต่ระยะเวลาวันบินไป – กลับ แต่ต้องมีวงเงินประกันที่คุ้มครองทั้งค่าพยาบาล หรือประกันอื่นๆไม่น้อยกว่า 1,500,000 บาท( 30,000 ยูโร) โดยเราสามารถเช็คได้ว่ามีประกันเจ้าไหนบ้างที่ทางสถานทูตรับรอง
ขอแนะนำประกันการเดินทางของบริษัท world nomads ที่ครอบคลุมทุกสิ่งจริงๆแถมราคาสบ๊าย สบายกระเป๋า ซื้อไปเถอะค่ะถ้ารักชีวิตโนะ...เค้าว่ามีประกันเหมือนมียันต์ติดตัวนะจ๊ะ 
5. ตั๋วเครื่องบิน ขอบอกก่อนเลยว่าไม่จำเป็นต้องจองจริงๆ ก็ได้นะ แนะนำให้คุยกับพวกบริษัททัวร์ที่ขายตั๋วเครื่องบินให้ออกตั๋วเป็นเอกสารมาให้ก่อน เดี๋ยววีซ่าผ่านจะมาซื้อด้วย ข้อดีคือหากไม่ผ่านก็ยัง Cancel ได้ไง หรือ ออกตั๋วที่มีอายุ 72 ชม. ก็ใช้ได้เช่นเดียวกันค่ะ (เราใช้วิธีนี้แหละ!)
6. แผนการเดินทางฉบับย่อ แบบคร่าวๆโดยสิ่งที่จำเป็นต้องมีคือ วันที่ , ประเทศ , เมือง , แผนการเดินทางไปต่างเมืองยังไง รถไฟ รถบัส เครื่องบิน ประมาณนี้ค่ะ แนะนำให้แนบตั๋วที่จองแล้วด้วยจะดีมาก
7. หลักฐานการจองที่พัก แนะนำว่าควรจะจองที่สามารถยกเลิกได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เผื่ออยากเปลี่ยนแผนหน้างาน เราทำบ่อยเลย! (ข้อ 6 และข้อ 7 เราไม่ได้ยื่นเพราะเราขอท่องเที่ยวและเยี่ยมเยือนนะคะ)
หมายเหตุ : กรณีเยี่ยมเพื่อนหรือญาติ อันนี้จะวุ่นไปอีกหลายเท่านัก เพราะต้องขอวีซ่าเยี่ยมเยือน และต้องมีจดหมายเชิญจากบุคคลที่ไปพักด้วยทั้งตัวจริงและสำเนา ส่วนตัวเคลียร์ขอประเภทนี้....ต้องมีจดหมายเชิญ (Invitation letter) แนบมาด้วย
8.เอกสารรับรองการทำงาน บริษัทต้องออกจดหมายรับรองให้ โดยต้องระบุ ตำแหน่ง วันที่เริ่มงาน เงินเดือน ช่วงเวลาที่อนุมัติให้ลาตั้งแต่วันเดินทาง จนถึงวันที่กลับมา ...พร้อมลายเซ็น และประทับตาบริษัท เพื่อยืนยันว่าเราจะกลับบ้านเกิดบนผืนแผ่นดินไทยนะจ้ะ (ตรงจุดนี้คือส่วนที่เคลียร์ไม่มีค่ะ) กรณีนี้ถ้ายังศึกษาอยู่ก็ยืนเอกสารรับรองการศึกษาเป็นภาษาอังกฤษนะคะ 
9. สลิปเงินเดือน ย้อนหลัง 6 เดือน ขอจากทางบริษัทพร้อมกับเอกสารรับรองการทำงานก็ได้ค่ะ 
10. Statement ย้อนหลัง 6 เดือน เป็นจดหมายรับรองจากธนาคารและรายการเดินบัญชี ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ธนาคารไปเลยว่า จะนำไปขอวีซ่าเชงเก้นค่ะ เจ้าหน้าที่เค้ารู้อยู่แล้วว่าต้องใช้แบบไหนค่ะ ขอภาษาอังกฤษนะจ้ะ แล้วรอประมาณ 10 - 15 นาทีก็เสร็จแล้ว ราคาใบละ 100 บาทเองจ้า แล้วยื่นไปพร้อมกับสลิปเงินเดือนเลยได้เลยจ้า เพื่อนๆอาจจะมีคำถามในใจ...และเงินในธนาคารควรจะมีเท่าไหร่กันถึงจะดูน่าเชื่อถือ แนะนำให้คำนวณจากจำนวนวันที่เราไปและค่าตั๋วเครื่องบิน ประมาณ 50K - 70K ขึ้นไปกำลังสวยค่ะ เจ้าหน้าที่จะได้เห็นว่า เราสามารถช่วยเหลือตัวเองได้หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด 
11. ทำการนัดหมายกับทางสถานฑูตให้เรียบร้อย เช็คให้ดีนะคะบางสถานฑูตนัดผ่านออนไลน์นะจ้ะ พร้อมปริ้นใบนัดหมายมาพร้อมยื่นเอกสารด้วยค่ะ
12. ใบปะหน้า เรียบเรียงวัตุประสงค์และใจความสำคัญ ไม่ต้องเน้นน้ำค่ะ เอาเนื้อๆได้ใจความชัดเจนภาษาอังกฤษ พร้อมแนบเอกสารที่เรายื่นเรียงลำดับตามในใบปะหน้าเลยนะคะ แค่นี้เอกสารของเราก็จะดูเป็นมาตรฐานและดู professional ขึ้นมาทันทีค่ะ ที่เหลือก็ความพร้อมในการสัมภาษณ์ล้วนๆ เป็นกำลังใจให้ทุกคนน้า 
13.พาสปอร์ต (Passport) ของแฟนพร้อมสำเนาและทุกหน้าที่มีตราประทับแนบไปพร้อมกับใบปะหน้าที่อธิบายความสัมพันธ์เนาะ
14. เอกสารทางการเงิน เป็นหนี้เป็นสินเท่าไหร่ มีพันธะอะไรบ้าง ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ หรือสถานะทางการเงินที่เราต้องรับผิดชอบยื่นไปเลยค่ะ เพื่อยืนยันว่าอิฉันจะกลับไทยอย่างแน่นอน (แต่เคลียร์ไม่ได้ยื่นส่วนนี้อีกเช่นกัน 55)

เอกสารอื่นๆที่จำเป็นเช่นสำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน และสูติบัตร เป็นต้น ขอแนะนำให้เตรียมไปด้วยเผื่อเจ้าหน้าที่ขอดูเอกสารเพิ่มเติมนะคะ แต่ทั้งนี้เอกสารจำเป็นโดยหลักๆแล้วตามสถานฑูตก็เตรียมตามนี้ได้เลยจ้า 

รายชื่อสถานฑูตแต่ละประเทศและข้อมูลการติดต่อ


ออสเตรีย >> https://www.bmeia.gv.at/th/oeb-bangkok/

เบลเยียม >> http://thailand.diplomatie.belgium.be/en

สาธารณรัฐเช็ก >> http://www.mzv.cz/bangkok/en/index.html

เดนมาร์ก >> http://thailand.um.dk/en/travel-and-residence/going-to-denmark/

สาธารณรัฐเอสโตเนีย >> http://vm.ee/en

ฟินแลนด์ >> http://www.finland.o...2&culture=en-US

ฝรั่งเศส >> https://th.ambafrance.org/Visas-pour-la-France-2404

เยอรมัน >> http://www.bangkok.diplo.de/

กรีซ >> http://www.mfa.gr/missionsabroad/en/thailand-en/visas

ฮังการี >> http://konzuliszolgalat.kormany.hu/how-to-apply-for-visa

ไอซ์แลนด์ >> http://www.iceland.is/iceland/consulates/

อิตาลี >> http://www.ambbangkok.esteri.it/ambasciata_bangkok/visti

ลักเซมเบิร์ก >> http://bangkok.mae.lu/en/Visa-to-Luxembourg

เนเธอร์แลนด์ >> https://www.netherlandsworldwide.nl/netherlands-embassy-in-bangkok

นอร์เวย์ >> https://www.norway.no/en/thailand

โปแลนด์ >> http://www.bangkok.msz.gov.pl/en/visa_requirements/

โปรตุเกส >> http://www.secomunidades.pt/vistos/

สโลวาเกีย >> https://www.mzv.sk/web/bangkok-en

สเปน >> http://www.exteriores.gob.es/Embajadas/BANGKOK/en/

สวีเดน >> http://www.swedenabroad.com/en-GB/Embassies/Bangkok/Visit-Sweden/

สวิตเซอร์แลนด์ >> https://www.eda.admin.ch/countries/thailand/en/home/visa/entry-ch.html


ปัจจุบันมีหลายสถานทูตที่ใช้บริการจากหน่วยงาน วีเอฟเอส โกลด์บอล( VFS Global) เป็นเอาท์ซอร์สระดับอินเตอร์เนชั่นแนล มีหน้าที่ดำเนินการให้ความช่วยเหลือทางการทูตและหน่วย งานระดับรัฐบาลทั่วโลกในการจัดการด้านเอกสารให้แก่องค์กร มีศูนย์ดำเนินการเพื่อเป็นตัวแทนรับยื่นวีซ่ามากกว่า 526 ศูนย์ ใน 63 ประเทศ 

รายชื่อของสถานฑูตในประเทศไทย
ที่ใช้บริการ VFS


ประเทศออสเตรเลีย >> http://www.vfsglobal.com/Australia/Thailand//

ประเทศเบลเยียม >> http://www.vfsglobal.com/belgium/thailand/

ประเทศเดนมาร์ก >> http://www.vfsglobal-denmark.com/thailand/

ประเทศไอซ์แลนด์ >> http://vfsglobal-denmark.com/thailand/thai/iceland_tourist.html

ประเทศอินเดีย >> http://www.vfsglobal.com/India/thailand/

ประเทศอิตาลี >> http://www.vfsglobal.com/italy/thailand/

ประเทศญี่ปุ่น >> http://www.jp-vfsglobal-th.com/

ประเทศเนเธอร์แลนด์ >> http://www.vfsglobal.com/netherlands/thailand/

ประเทศนอร์เวย์ >> http://www.vfsglobal.com/norway/thailand/

ประเทศสวีเดน >> https://www.vfsglobal.se/Thailand/thai/Visa_Types.html

ประเทศอังกฤษ >> http://www.vfsglobal.co.uk/thailand/

ประเทศสเปน (ย้ายมาใช้บริการของ BLS) >> https://thailand.blsspainvisa.com/

เมื่อทราบแล้วว่าจะต้องไปยื่นวีซ่าที่ไหน ก็มุ่งตรงไปได้เลยเพื่อไม่เป็นการเสียเวลา และยังสามารถใช้บริการด้านข้อมูลของ VFS เกี่ยวกับการเตรียมเอกสาร และวิธีการยื่นวีซ่าได้อย่างละเอียดอีกด้วยค่ะ 

Comments

  1. อยากสอบถามวีซ่าเชงเก้นที่สถานทูตเช็คขอยากไหมคะแล้วจำเป็นต้องมีใบจองยืนยันการจองโรงแรมหรือต้องจองรถไฟไปก่อนเลยมั้ยคะ

    1. Author

      ถ้าในส่วนของเอกสารครบถ้วนทั้งหมดบอกเลยว่าไม่ยากค่ะ และเรื่องของเอกสารการจองโรงแรมและการจองรถไฟสำหรับการเดินทางควรเตรียมไปให้พร้อมเลยค่ะ เพราะทางเจ้าหน้าที่ต้องสัมภาษณ์เกี่ยวกับวิธีการเดินทางในแต่ละจุด และอธิบายเกี่ยวกับโปรแกรมเที่ยวของ
      คุณ ประกอบกับเอกสารยืนยัน ด้วยเพิ่มความน่าเชื่อถือไปอีก มีผลต่อการพิจารณาวีซ่าค่ะ

      ถ้ากำลังจะยื่นขอวีซ่าอยู่ขอให้โชคดีนะคะ <3

Leave a Comment