เที่ยวเวียดนาม 17 วันเหนือจรดใต้ ฮานอย ซาปา ฮาลองเบย์ ดานัง ฮอยอัน โฮจิมินห์

In Travel by Clear10 Comments

ซินจ่าว 

วันนี้ขอมาเล่าประสบการณ์ทริป backpack ครั้งแรกสไตล์เรากับเป้ 1 ใบในต่างแดน 17 วัน พลีชีพช่วง 24 APR- 10 MAY/59 ประเทศเวียดนาม พร้อมแชร์ประสบการณ์ดีดี และร้ายๆ ฮ่าๆ กับดีลเจ๋งๆ ให้เพื่อนๆที่ยังลังเลอยู่เกิดกิเลสอยากลองมาชิลล์แบบพวกเราดูบ้างซักครั้ง เที่ยวลืมโลกหรือโลกลืม ! (ยิ่งกว่า Holiday ลาออกจากงานเลยมั้ยถ้าจะไปนานขนาดนี้) นอกจากนี้ยังแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่มีมนตร์เสน่ห์น่าหลงใหลสไตล์ดั้งเดิมและร้านอาหารที่เราคัดสรรมาให้แล้วไม่ต้องไปนั่งสุ่ม "ร้านนี้แม่มจะอร่อยมั้ยว้าา"  เจ็บมาเยอะค่ะเชื่อเถอะ ! 

นี่เป็นกระทู้แรก ผิดพลาดประการใดต้องขออภัยผู้อ่านมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับเวียดนาม

สามารถเช็คดีลเจ๋งๆและที่พักได้สะดวกง่ายๆ ที่เว็บไซด์ Agoda 

ทำให้การเดินทางของคุณง่ายขึ้นผ่าน EasyBook - book bus, van etc onine​

เดินทางง่ายดายไม่ต้องกลัวโดนโกงวางใจ Uber ผ่าน Link นั่งฟรี 2 ครั้งแรก และ Grab Taxi ฟรีครั้งแรก 50 บาท 

ประกันการเดินทาง World Nomads ที่ดีเยี่ยมและครอบคลุม รักจะเที่ยวอย่าลืมรักชีวิตด้วย

ทางเลือกใหม่กับการจองที่พักผ่าน  Airbnb  จองโดยตรงกับคนท้องถิ่นผ่าน Link ฟรีส่วนลด Booking 1,100 บาท 

ทริปนี้มีผู้ร่วมชะตากรรมแค่ 2 คนกับอีก 6 เมืองที่เราไปเยือน คือ ฮานอย ซาปา ฮาลองเบย์ ดานัง ฮอยอัน และจบทริปด้วยนครโฮจิมินห์ พาสปอร์ตพร้อมกระเป๋าพร้อมก็ไปกันเลยค่ะ

#ต้องรู้ก่อนเที่ยวเวียดนาม

สกุลเงินเวียดนาม
10K VND = $0.6/15.8 THB 20K VND =$1.15/31.5 THB 100K VND =$5.8/158 THB

เที่ยวเวียดนามต้องระวังอะไรบ้าง ? 
- ข่าวลบประเทศนี้หนาหูทีเดียว แต่การเที่ยวทุกประเทศต้องระวังตัวอยู่แล้วค่ะ (แค่ต้องระวังเป็นพิเศษ) จะมีกรณีคนล้วงกระเป๋าย่านทะเลสาปทั้งกลางวันและกลางคืนค่อนข้างเยอะ อย่านำเงินติดตัวไปมากและใส่เพียงกระเป๋าเดียว อย่าโชว์ของมีค่าเวอร์วังค่ะมันล่อตาโจร และเค้ามีกันเป็นกระบวนการจับตาเหยื่อนะคะ "ไม่อยากให้ระแวงจนกลัว แต่อยากให้ระวังตัวอย่างมีสติค่ะ "
-ไม่จำเป็นไม่ต้องสนทนากับคนที่เข้ามาทักด้วย ไม่งั้นยาว ไม่มองหน้าเลย...อย่าให้ใครแตะตัวเด็ดขาด ไม่ต้องสนโปรโมชั่นใดๆทั้งสิ้น ถ้ากลัวหลงทาง โหลดแอพ Map.me ไว้ใช้เลยค่ะ !!
- กินข้าวแนะนำร้านที่มี เมนู และราคาชัดเจนนะคะ พี่เวียดเค้าขึ้นชื่อเรื่องโกงพอสมควรค่ะถ้าไม่อยากจ่ายราคานักท่องเที่ยวเฉพาะกิจอ่ะนะ !!
- เวลาช็อปปิ้งใช้สกิลการต่อราคาแบบโหดๆเลยค่ะ ราคานักท่องเที่ยว 2-3 เท่าโดยปกติอยู่แล้ว

Day 1 - ชิลล์ฮานอย (Hanoi)

​พวกเราบินจากสนามบินดอนเมืองโดยสายการบิน Nok Air วันที่ 24/4/59 flight 6:10 – 8:20 AM จากนั้นเดินออกตรงด้านหน้า terminal ขึ้นรสตู้ของสนามบินราคา 50K VND/คน ตรงไปที่ย่านเมืองเก่า แต่สำหรับคนที่ต้องการ Taxi แนะนำ 2 บริษัทนี้เชื่อถือได้ Vinasun และ Mailinh ราคาเริ่มต้นขึ้นอยู่กับขนาดรถด้วยค่ะ  สัญญาณที่บอกว่าเรามาถึง ย่านตลาดเก่า ( Old Quter) ฮานอยแน่แล้ว นั่นคือเสียงแตรรถมอเตอร์ไซด์จำนวนมาก เพราะเวียดนามเป็นประเทศที่ใช้รถมอเตอร์ไซด์เป็นส่วนใหญ่ และบีบแตรกันสนั่นหวั่นไหวเป็นเรื่องปกติ ดังที่ชาวเวียดนามมักกล่าวว่า "No beep No go"

สามารถเช็คดีลเจ๋งๆและที่พักได้สะดวกง่ายๆ ที่เว็บไซด์ Agoda และ Booking

เริ่มการเดินสำรวจกันที่ ทะเลสาบฮว่านเกี๋ยม หรือ ทะเลสาบคืนดาบ ใจกลางกรุงฮานอย เค้าว่าเป็นตำนานสถานที่ขึ้นชื่อที่ต้องไปและ หง็อกเซิน หรือ วัดเนินหยก วัดโบราณติดทะเลสาบคืนดาบ สำหรับค่าเข้าที่นี่อยู่ที่ 20K VND หรือประมาณ 30 บาท นักท่องเที่ยวนิยมมาข้ามและแชะภาพสะพานไม้สีแดง ชื่อว่าเจ้าสะพานเทฮุก (The Huc) หรือสะพานแสงอาทิตย์ ที่คนแน่นตลอด !!พวกไม่ได้เข้าตัววัดนะคะ...ไม่ค่อยถนัด หลังจากเดินสำรวจรอบๆเมือง และสถานที่สำคัญในช่วงเช้าเรียบร้อย

ก็รอเวลา ตลาดนัดกลางคืนย่านฮานอย (Hanoi Night Market) แหล่งช็อปปิ้ง ทั้งสินค้าหลากหลายและราคาไม่แพง ทั้งร้านค้าสไตล์ท้องถิ่นและร้านอาหารให้เลือกสรรค์ ทำให้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวอย่างมาก

แนะนำว่าอย่าพลาดที่จะออกมาเดินเล่นที่ถนนคนเดิน จะได้สัมผัสกับเวียดนามในอีกบรรยากาศอย่างแน่นอน สไตล์เก่าๆสุดคลาสสิค และวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวเมือง 

และร้านที่พวกเราเจอจนต้องเดินเข้าไปเยี่ยมชม คือ ถนนข้าวสารในเวียดนาม พนักงานเวียดสามารถพูดไทยได้ด้วย แหม อเมซิ่งไทยแลนด์ไปอีก 

เดินวนมาจบที่ร้าน Beer 2Ku เพราะร้านนี้ดูน่านั่งที่สุด บรรยากาศชิลๆ สบายๆ มี 2 ชั้น ราคาไม่แพงมาก อาหารอร่อย และมีดนตรีสดอยู่กลางถนน..."ย้ำอีกทีว่ากลางถนนเลย"  ได้อารมณ์สุดๆ แถมชั้น 2 ยังมองเห็นวิวรอบๆเมืองเก่าได้ดีทีเดียว 

มีบารากุรสกาแฟซะด้วย ขอมาลองซักหน่อยละกันนะคะ 

Day 2 – เมืองซาปา (Sapa)

พวกเราจองตั๋วและเตรียมตัวเดินทางไปซาปา ตั้งแต่ 7:10 จนถึง 9:10 AM link : http://www.baolau.vn/ พวกเราเลือกเป็นรถนอนดีกว่า ใช้เวลาในการเดินทางค่อนข้างนานเพราะถนนยังไม่เจริญมาก 4-5 ชม

#เที่ยวซาปาช่วงไหนดี ? อากาศซาปาเดือนธันวาคม –กุมภาพันธ์ เป็นฤดูหนาว 7-20 องศาเซลเซียส และหนาวที่สุดเดือนมกราคม หลังจากนั้นก็หนาวเรื่อยๆแต่ไม่มากค่ะ ต่อไปก็ฤดูใบไม้ผลิ มีนาคม-เมษายน (มีฝนตกเล็กน้อย) ฤดูร้อนช่วงพฤษภาคม-สิงหาคม 30-39 องศาเซลเซียส สุดท้ายใบไม้ร่วง กันยายน-พฤศจิกายน 

ช่วงที่เคลียร์ไปอากาศกำลังดีเลย 16 -23 องศาเซลเซียส แต่สิ่งที่แพ็คไปได้คือ "ผ้าพันคอบางๆ  1 ผืน หึ้มม...."  กลัวกระเป๋าเต็ม พวกเราถึงซาปาเกือบมืด และเช่นเคยหาอะไรกินก่อนเป็นอุ่นใจค่ะ ค่อยมีพลังเดินหน่อย 

May Ca Phe (Cafe & Fastfood) ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ติดกับร้าน The Light Coffee And Restaurant  ย่านนั้นร้านอาหารเพียบ ลองเลือกกันดูน้าาา...
Address : 02-Fansipan -Sapa
Tel : 0912 389 569 , 0963 797 222

ร้านแรกที่พวกเราเยือนที่ซาปา หาง่ายอยู่ใจกลางเมือง ร้านนน่านั่ง บรรยากาศดี อาหารราคาไม่แรง และมีร้านบาร์บีคิวตั้งอยู่ภายในร้านด้วย จะสั่งร้านข้างๆมากินด้วยก็ได้ พ่อค้าบริการดี แถมแซ่บด้วยค่า ถ้าหาไม่เจอดาวน์โหลด Maps.me เลย

eating grilled frog
grilled frog

เมนูบาร์บีคิว เป็นที่นิยมสำหรับชาวเมืองท้องถิ่นมาก และมีหลายเมนูให้เลือก แต่…กบ คือ สิ่งที่พวกเราเลือก ! หน้าตาเหมือนเนื้อไก่เลยใช่ไหมล่ะ ?

Day 3 - แว๊น...รอบเมืองซาป

พวกเราเช่ารถมอร์เตอร์ไซด์ แว๊นนน...สำรวจรอบเมืองซาปา โดยเจ้าของบ้าน Local house ที่เราพักจัดการหาให้ ดูแลดี และน่ารักมากๆ ซึ่งพวกเราเลือกที่จะไม่นอนโรงแรม เพราะอยากเรียนรู้วิถีชีวิตชาวบ้าน และใกล้ชิดผู้คนท้องถิ่น ซึ่งราคาห้องก็ไม่ต่างจากโรงแรมมาก ไปแว๊นเก็บภาพสวยๆมาฝากเพื่อนๆกัน

เมืองซาปา (Sapa) ตั้งอยู่ทิศเหนือของประเทศเวียดนาม ห่างจากฮานอยประมาณ 350 km. เงียบสงบ และสวยงามสไตล์ตะวันตก ด้วยเอกลักษณ์ของทุ่งนาขั้นบันไดท่ามกลางขุนเขา บวกกับสภาพอากาศหนาวเย็นตลอดปี ทำให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวมาก

แฟนกล่าว…." ยูวว์เป็นคนเดียวที่แต่งหน้ามาเดินเขา"  เอิ่ม…เพื่อภาพที่สวยงามค่ะ 55

โดยพวกเราแว๊นมอเตอร์ไซด์สำรวจรอบเมืองก่อนเลย เมืองซาปาเป็นเมืองที่ล้อมรอบด้วยภูเขา และธรรมชาติ เงียบสงบเหมาะสำหรับพักตากอากาศ การจราจรไม่ติดขัด แต่ตึกและอาคารส่วนใหญ่อยู่ในระหว่างการปรับปรุง ก่อสร้างเพิ่มเติมในช่วงนี้

งานชมดินกินทรายค่ะ เพราะส่วนใหญ่ก่อสร้างดินเยอะพอสมควร  เฮ้ย... มันได้อารมณ์ไปอีกแบบนะจะบอก

ส่วนตัวชอบภาพนี้ที่สุด ถึงกับต้องจอดรถ...คล้ายโรงงานไก่ขนาดครัวเรือน มีกรงเล็กๆ ถอนขน และเตาย่างรมควัน เป็นการแปรรูปไก่อย่างง่าย รวดเร็ว ไม่ต้องไปตลาดเลย 55

โบถส์คาทอลิกในเมืองซาปา ที่ทุกคนที่ผ่านไปมาต้องแวะแชะซักรูปที่นี่

ถึงแม้อากาศจะหนาวเย็น แต่การขี่มอเตอร์ไซด์ตากแดดเพียง 1 วัน ก็ควรทาครีมกันแดด SPF ++ จัดเต็มนะคะ เพราะรู้ตัวอีกที “มีความเกรียม” ห๊า.... ดำอะไรเบอร์นี้ !

Day 4- Hiking หมู่บ้านกั๊ตกั๊ต (Cat Cat Village)

จริงๆแล้วไม่ใช่ทริป Hiking หรอกค่ะ 55 (โดนแฟนหลอกมาเดินเขา 10 Km หึ่มม..) เดินตรงไปหมู่บ้าน Cat Cat ช่วงเช้าที่แดดไม่แรงมาก เราสามารถซื้อทัวร์ชมหมู่บ้านได้ โดยมีชาวเขาเป็นไกด์นำทาง “แต่ไปหลงทางกันเอง มันส์ กว่าเยอะเลย”  ระหว่างทางไปหมู่บ้านยังมีร้านกาแฟ และร้านอาหารน่ารักๆ สไตล์ Sky coffee เพียบ 

Z Mong ร้านกาแฟสไตล์ชิคๆ นั่งสบาย ราคาโค้ตเบา เหมาะสำหรับนั่งจิบชาร้อนๆ ดื่มด่ำกับธรรมชาติ ซึมซับบรรยากาศ และวิวที่เห็นตัวหมู่บ้านทอดยาวสุดสายตา หึ๊มม.... จริงๆแล้วพวกเราสิงอยู่ที่นี่นานมากอ่ค่ะ 55 ตั้งอยู่ทางเข้าหมู่บ้าน ตามหากันให้เจอนะคะ 🙂 

Cafe In The Clouds เป็นหนึ่งในร้านที่ทุกคนต่างพูดถึงบรรยากาศที่นี่ นั่งชิลเอาท์ท่ามกลางหมู่เมฆ มองลงไปทางด้านล่าง เห็นตัวหมู่บ้านและธรรมชาติ 

มองเห็นร้าน Coffee view & Bar  ซึ่งมั่นใจมากว่าเดินไปไม่ถึงแน่ๆ งั้นขอมองจากจุดนี้ละกันนะ

หลังจากแวะพักเหนื่อย ดื่มชา กาแฟ หลายร้าน พวกเราก็เดินทางมาถึงทางเข้า และต้องซื้อตั๋วค่าเข้าชมราคาเด็ก 20K และผู้ใหญ่ราคา 50K VND จะได้ตั๋วและแผนที่อย่างละ 1 ใบ/คน 

ระหว่างทางจะมีร้านขายของที่ระลึกของหมู่บ้าน

หมู่บ้าน Cat Cat หมู่บ้านเก่าแก่ของชาวม้งที่อพยพจากจีนมาตั้งรกรากเมื่อ 300 กว่าปีก่อนจนถึงปัจจุบัน ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 3 km. จุดเด่นที่นี่คือทุ่งนาขั้นบันไดในตำนาน ปลูกกันเป็นชั้นไล่ระดับตามเนินเขา และวัฒนธรรมและวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวม้งพื้นเมือง

ชาวม้งพื้นเมืองส่วนใหญ่ทำการเกษตร ทำนา ปลูกพืชผัก เลี้ยงสัตว์ และยังคงวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมอยู่ แต่…ระวังในเรื่องการถ่ายรูปคนเฒ่าคนแก่หรือผู้คนที่นั่น(บางคนเท่านั้น) โดนมากับตัวแค่ยกกล้องกำลังจะถ่ายรูปกลุ่มเป็ดน้อยในแอ่งน้ำ เสียงตะโกนดังแว่วมาเลย " Money Money Money "  วิ่งหนีแทบไม่ทัน !

แต่ก็แอบถ่ายรูปน้องควายมาได้ตัวนึง ยืนถ่ายรูปอยู่ดีดี พอนางเห็นคนถึงกับสไลด์ดินลงมาทักทายเลยอย่างรวดเร็ว จะเฟรนลี่ไปไหน กลัวนะจ้ะ !

พวกเราเดินมาใจกลางกลางของหมู่บ้านค่อนข้างลึก ไม่มีป้ายบอกทางและเจอ 4-5 แยกได้  " งงสิคะรออะไร”  ไปทางไหนต่อดี…พอดีเจอเด็กๆในโรงเรียนแถวนั้น เจอเด็กน้อยคนหนึ่งน่าตาน่ารักเชียว เลยให้ขนมกับลูกอมไปพวกเราได้ไกด์ตัวน้อยแล้วล่ะค่ะ  นำทางและพาไปจนถึงจุดชมวิวบนหมู่บ้านจนได้ ตัวแค่นี้เก่งจริงๆเลย

ระยะทางยาวไกล ทั้งชัน และอันตรายมาก แต่ไกด์ตัวน้อยไม่มีเหนื่อยเลย เดินเก่งจริงๆ มีแต่พวกเราเนี่ยแหละที่หอบ นี่คือภาพตอนที่ พวกเราหยุดพักแล้วไกด์นางหันมามองด้วยความกดดัน ฮึ้บเดินต่อสิ ไกด์รออยู่ ”

ในที่สุดเราก็เดินมาถึงจุดชมวิว ที่สูง สวย และเสียวในเวลาเดียวกัน มองเห็นวิวธรรมชาติ เขียวชอุ่มของต้นไม้ ท้องฟ้า และบรรยากาศรอบหมู่บ้าน และ " หมูภูเขา"  ยืนดูหมูวิ่งเล่นและปืนเขาต่อหน้าต่อตา สมบูรณ์มากและไม่กลัวคนเลยด้วย น่ารักไหมหล่ะ  ? 

เก็บซักภาพก่อนลงเขาละกัน มาเห็นธรรมชาติที่นี่ หายเหนื่อยเลยค่ะ

Tien sa waterfall จุดไฮไลท์ของที่นี่อยู่ที่น้ำตกท้ายหมู่บ้าน ที่สวยจนต้องสะพรึง ตะลึง ตึ่งโป๊ะ... ชื่อว่าน้ำตกเทียนสา (Tien Sa Waterfall) น้ำใสมาก และยังพบชาวพื้นเมืองซักผ้าที่น้ำตกแห่งนี้ด้วย

ระยะทางเดินป่ารวมเกือบ 10 km. บอกเลยว่าหนูเดินไม่ไหวแล้ววว (มีความร้องกลับบ้าน) แต่.....กองทัพต้องเดินด้วยท้อง " ไม่มีแรงเลย โอ้ย โอ้ย " 

Little Vietnam Restaurant แนะนำร้านนี้เลย หนึ่งในร้านที่อร่อยในเมืองซาปา เป็นร้านอาหารเล็กๆ สไตล์เวียดนามคลาสสิคตกแต่งด้วยไม้และขวดไวน์ บริการดีมาก อาหารอร่อยถูกปากสาวไทยคนนี้ทีเดียวหล่ะ 

เชื่อมั้ยคะ ? พวกเราสั่งสลัดเวียดนามทุกร้านเลย อยากลองความแตกต่างของรสชาติของแต่ละสถานที่ เออ...มันไม่เหมือนกันจริงด้วย ไม่เชื่อลองดูสิ !

แวะถ่ายรูปรอบๆเมืองก่อนกลับบ้าน แต่คือสภาพไม่ไหวจะถ่ายรูปแล้วค่ะ เหนื่อยสุดๆ กลับบ้านนอนพรุ่งนี้เดินทางต่อ

Day 5 - เดินทางแสนเมื่อย

 เดินทางกลับฮานอย แต่รอบนี้เหมือนรถบัสจะดูดีและกว้าง สะอาดตากว่าคันเดิมเป็นอย่างมาก โชคดีมากซึ่งเว็บเดียวกันกับที่เดินทางมาเลยค่ะ  Link :http://www.baolau.vn/ 

พวกเราเดินทางถึงฮานอยช่วงค่ำๆของวันที่ 5 เป็นวันของการพักร่างกายพร้อมลุยวันพรุ่งนี้ และสำรวจรอบๆตลาดเช่นเคย งานสำรวจหรืองานตะลุยกินคะ ? 

Minh Thuy's Family Restaurant อาหารที่นี่อร่อยไม่ธรรมดาเลยหล่ะ คุ้มค่าราคาที่จ่าย พนักงานเต็มใจบริการ สื่อสารสะดวกไม่มีสะดุด 

โดยเฉพาะ 2 เมนูนี้ แต่เก๊าลืมชื่อจริงๆนะ อร่อยจนลืม 55

อยากตะลุยไนท์คลับที่นี่ซะเหลือเกิน แต่แฟนก็เบรคล้อลากเช่นเดิม เดี๋ยวไปจัดที่โฮจิมินห์ก็ด่ะ 

คนพื้นเมืองนิยมนั่งเก้าอี้เตี้ยๆ ตัวเล็ก เพื่อทานอาหาร จิบชา กาแฟ ล้อมวงคุยกัน เป็นความสุขของคนที่นี่โดยที่ไม่ต้องใช้เงินมากมาย เช่นด้านหน้าของไนท์คลับ สาวๆใส่เดรสสวย ส้นสูง มานั่งเก้าอี้เตี้ยๆกัน เคยลองอยู่ครั้งนึง กระโปรงเกือบฉีก !

Day 6 - อ่าวฮาลอง (Halong Bay) 2 วัน 1 คืน

ล่องเรืออ่าวฮาลองกับ Halong Silversea Cruise โดยเรือที่เราจองค่อนข้างเพอร์เฟ็ค และที่สำคัญราคาไม่แพงเท่าลำอื่นๆ เราจ่ายประมาณ 8,000 นิดๆ ซึ่งในขณะที่เรือลำอื่นเกรดเดียวกันต้องจ่ายถึง 17,000 กว่าบาทไทย บริการดีเยี่ยมและพวกเราได้ห้อง Happy Room 55

รถบัสมารับที่ด้านหน้าโรงแรมเลย โดยมีไกด์แนะนำสถานที่และบริการดีเวอร์วังตลอดการเดินทาง  ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงฮานอยไปทางตะวันออก 170 km. ประมาณ 3-4 ชม. ถึงท่าเรือและเตรียมตัวขึ้นเรือในช่วงบ่าย แต่เหมือนโชคร้าย ครึ้มฟ้าครึ้มฝน แต่ฝนไม่ตกนะ 🙂

รีวิวห้อง Happy Room ก่อนเลย ทุกอย่างสะอาดดูดีมาก  มีกระจกด้านข้างทั้งตัวห้องจนถึงห้องน้ำ เต็มอิ่มกับการชมบรรยากาศตลอดการเดินทาง  

"เวลาใช้ห้องน้ำ...ต้องไม่ลืมปิดม่านนะคะ หนูเกือบลืมครั้งนึง สะพรึงสามโลกเลยค่ะ 5555 "

หลังจากสำรวจห้อง สิ่งแรกที่ต้องเตรียมคือ " เตรียมท้องรอเลยค่ะ "  อาหารที่นี่เสิร์พเป็นคอร์ส (ไม่รวมเครื่องดื่ม) และอร่อยสุด เอา 10/10 ไปเลยค่ะ <3 <3 

นาทีนั้นแทบไม่ได้จำว่าเมนูอะไรบ้าง รู้แต่ว่าจัดหนักมาก น่าตาน่าทานเลยค่ะ ปกติแพ้อาหารทะเลค่ะ แต่ ณ จุดนั้น พึ่งยาแก้แพ้สิคะรอช้าอยู่ไม่ได้แล้ววว  🙂

นอกจากชมบรรยากาศและทานอาหารเสร็จ ก็เป็นส่วนของกิจกรรมนำเที่ยวชมถ้ำสวรรค์ หรือ ถ้ำเด่าโก๋ (Dao Go) มีหินงอกหินย้อยมากมาย มีประกายระยิบระยับสวยงาม เยือกเย็น และลึกลับ

โปรแกรมต่อไปคือ พายเรือ เล่นน้ำ เก็บภาพความทรงจำ และดื่มด่ำกับธรรมชาติตามอัธยาศัย

หลังจากทำกิจกรรมอย่างเหน็ดเหนื่อย ก็ได้เวลาอาหารค่ำ โดยมีไกด์คอยเอ็นเตอร์เทรน และบริการที่ดี รวมทั้งกิจกรรมช่วงค่ำ เช่น ร้องคาราโอเกะ ตกปลาหมึก จิบไวน์ ชิลเอาท์ ชมบรรยากาศบนดาดฟ้าเรือ ซึ่งจะมีบาร์คอยบริการอยู่  

​Day 7- ล่องเรืออ่าวฮาลองกับ Halong Silversea Cruise 

พวกเราตื่นสาย และพลาดอาหารเช้าซะแล้ว..! ทำอะไรต่อดีหล่ะ อาบน้ำแต่งตัวไปเก็บภาพสวยๆมาฝากเพื่อนๆดีกว่า 

เถียงจนหน้าดำหน้าแดงก็คนนี้หล่ะ เถียงกลับไม่ทันจ้า...ใจเย็น...!!!

เมื่อเก็บภาพบรรยากาศเรียบร้อย ก็เตรียมตัวสำหรับอาหารมื้อสุดท้ายกับ Silversea Cruise ดยมีกิจกรรมสอนทำอาหารเวียดนาม จากเชฟผู้เชี่ยวชาญด้วย   

เต็มอิ่มกับอาหารเที่ยงมื้อสุดท้ายระหว่างการล่องเรือกลับเข้าฝั่ง และการนั่งชมบรรยากาศรอบๆ ก่อนเดินทางกลับ

แต่ถ้าอ่านแล้วไม่มีไอเดียเลือกทริปล่องเรือแล้วจริงๆ เราก็รวบรวม 5 อันดับทริปล่องเรือที่ดีที่สุดในฮาลองเบย์ไว้ให้ด้วยนะจ้ะ (5 Best Halong Bay Cruise)  รับรองว่าคุ้มค่ากับการเปย์แล้วกระเป๋าไม่ฉีกอย่างแน่นอน <3 

Day 8 - เยือนดานัง (Da Nang) 

พวกเราจองตั๋ว Jetstar Pacific จากฮานอยไปดานังรอบ 3:25 ถึงประมาณ 4:45 PM ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. กว่าๆ โดยต้องเรียก Taxi จากสนามบินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ พอถึงโรงแรมโดนเรียกค่าเรียกแท็กซี่จากสนามบินเพิ่มและอื่นๆอีก ซึ่งตอนตกลงกันไม่ได้บอกว่าจะเก็บเพิ่มและพูดอังกฤษคล่องแต่ตอนที่เรียกเก็บเงิน คนขับพูดอังกฤษไม่ได้ซะอย่างนั้น" ระวังให้ดีค่ะ !

พอดีเป็นช่วงเทศกาลวันหยุดของเวียดนาม ผู้คนมาเที่ยวชายหาดเป็นจำนวนมาก พอพวกเราไปถึงโรงแรม พนักงานกลับตอบว่า ห้องเต็มแล้วค่ะ(ซึ่งเราจองล่วงหน้า 2 วันค่ะ) แต่ไม่บอกตั้งแต่ 2 วันที่แล้วล่ะ ? และพาพวกเราไปโรงแรมเครือญาติ เชื่อมั้ย อีกโรงแรมสภาพแย่มากถึงมากที่สุด และไม่มีชื่อใน Google ไกลจากชายหาดมาก ซึ่งพวกเราไม่ยอมจึงเดินกลับมาที่โรงแรมเดิม จนพนักงานสามารถหาห้องให้ได้โดยอธิบายว่า เดี๋ยวจะทำความสะอาดให้ค่ะ สรุปคือ ทั้งหมดคือเรื่องโกหกค่ะ นางล็อคห้องไว้สำหรับคนรู้จักแต่ไม่อยากเสียผลประโยชน์ **ถ้าเจอกรณีนี้อย่ายอมเสียเปรียบนะคะ

จบดราม่าแล้วมาต่อด้วยสายกินดีกว่า มีตลาดนัดเล็กๆริมชายหาดของเทศกาลวันหยุดยาวของเวียดนาม มีอาหารท้องถิ่นที่หลากหลาย ราคากันเองมากและรสชาติดีทีเดียวหล่ะ 

จากนั้นพวกเรามาเดินเล่นที่ถนนเลียบแม่น้ำฮัน เพราะอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองมาก สถานที่ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด สะพานมังกร (Dragon Bridge) คือสะพานข้ามแม่น้ำฮันแห่งหนึ่งที่ขึ้นชื่อของเมืองดานัง สะพานถูกสร้างเป็นรูปร่างมังกร และจะหายใจเป็นเปลวไฟในทุกๆคืนเวลา 3 ทุ่มตรง

ด้วยแสงสีตระการตาของการแสดงมังกรพ่นไฟแล้ว บรรยากาศรอบๆก็สวยไม่แพ้กัน ไฟจากเรือที่ล่องอยู่ในแม่น้ำฮัน โรงแรม ร้านอาหาร ทำให้อยากดูความสวยงามแบบใกล้ชิด แนะนำร้าน Happy Yacht เพื่อนๆจะได้ลิ้มรสอาหารเวียดนามไปพร้อมกับดื่มด่ำบรรยากาศแสงสียามค่ำคืน นับเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่น่าประทับใจ

หลังจากดินเนอร์บนเรือยอร์ชเสร็จแล้ว ก็เปลี่ยนแนวมานั่งชิลล์เบาๆร้านอาหารริมถนนเลียบแม่น้ำฮัน ดื่มน้ำอ้อยสุดฮิตของชาวเมือง และจิบเบียร์เย็นๆ เพื่อรอดูไฟของสะพานแขวนในช่วงเวลาเที่ยงคืนตรง 

การแสดงแสงสีจบก็ดึกมากแล้ว ถึงเวลากลับโรงแรม และพักผ่อน  พรุ่งนี้ไปสำรวจเมืองดานังวันสุดท้าย  

Day 9 - Coffee & Restaurant ดานัง/ฮอยอัน (Hoi An)

เมืองดานัง มีสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลาย ทั้งวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของภูเขาหินอ่อน หาดทรายขาวที่ขึ้นชื่อ และพิพิธภัณฑ์ประติมากรรมจาม รวมไปถึงร้าน Coffee & Restaurant อีกด้วย เริ่มจากร้านแรกเลยดีกว่า 🙂

Cloud Garden Coffee Shop   ด้วยบรรยากาศของร้านให้อารมณ์ผ่อนคลาย มีมุมหนังสือและมุมถ่ายรูป ดื่มกาแฟตากแอร์ เย็นๆ หรืออยากนั่งชิลล์ด้านนนอก ชมบรรยากาศต้นไม้ และดอกไม้ มีบ่อปลาเล็กๆอยู่ใจกลางร้าน และนอกจากนี้ยังมีการตกแต่งไฟสวยงามในเวลากลางคืน นั่นให้ความรู้สึกโรแมนติกไปอีกแบบ

​สำรวจหาดทรายขาวอันขึ้นชื่อของทะเลดานัง หาดนอนเนื๊อก (Non Nuoc Beach) หนึ่งสถานที่ที่นิยมกันมากในหมู่นักท่องเที่ยว ตั้งอยู่ทางทิศใต้ไม่ไกลจากตัวเมืองมากนัก จุดเด่นคือ ความละเอียดของผืนทรายสีขาว สีครามของน้ำทะเล และต้นมะพร้าวที่ปลูกเรียงรายตลอดชายหาด แต่คนน้อยม๊าก เห็นว่ากำลังก่อสร้างนะ 

ได้เวลาอาหารเที่ยง พวกเราก็ปิ๊งไอเดียอยากลองอาหารญี่ปุ่นในดานังกันบ้าง 

Tokyo Da Nang BBQ & Beer​  พวกเราลองประมาณ 2- 3 เมนู... เฮ้ย เฮ้ย เฮ้ย... รสชาติละมุม กลมกล่อมไม่แพ้ที่อื่นๆเลยทีเดียว แถมพนักงานคอยบริการเยอะมาก อาหารก็ยังราคาไม่แพงอีกด้วย มีโอกาสก็แวะมาลองซะนะ 

หลังจากภารกิจสำรวจและตระเวนกิน ก็เสียเวลาไปครึ่งวันแล้ว ได้เวลาอันสมควรแล้ว สถานีต่อไป "ฮอยอัน ฉันรักเธอ" พวกเราเดินทางโดยรถ Bus สีเหลือง ด้วยราคา 18K VND เป็นรถบัสพื้นที่ละแวกนั้น ซึ่งไม่ไกลจากตัวเมือง ตามแผนที่เลยจ้ะ แล้วเดินอีกนิดหน่อยถึงท่ารถ 🙂 

​สวัสดีฮอยอัน 

พวกเรามาถึงเกือบ 6 โมงเย็น รถ Bus ถึงปลายทางที่สถานีฮอยอัน ซึ่งไม่ไกลจากโรงแรม Hoi An Ancient Town พวกเราเหนื่อยกันมาก อาบน้ำ พักร่างก่อนเดินเล่น สำรวจร้านอาหารและบาร์ (เรียกว่างานกินเลยดีกว่า !) 55

​Eden Homestay  ที่พักสวย ห้องสะอาด บรรยากาศดี มีระเบียงเล็กๆด้านหน้า พนักงานเป็นมิตรมาก ดูแลความสะดวก และบริการดีเยี่ยมเลย ราคาสบายกระเป๋าอีก พวกเราจอง  3 วัน 2 คืน ประมาณ 1735 บาทเท่านั้น !!! ทั้งยังมีบริการซักรีด เช่ามอเตอร์ไซด์ จักรยานให้ และใกล้กับเมืองเก่าฮอยอันอีกด้วย ดีงามมว้ากก ครบเครื่องที่เดียวเลย <3 <3

พร้อมแล้วก็ลุยเมืองเก่าฮอยอันกันเลย คืนแรกก็ไม่มีไรมาก เดินเล่นชิลล์ ชิลล์  และดินเนอร์ร้านอาหารเลียบแม่น้ำ เรียกว่าริเวอร์ไซด์กันเลย มีร้านให้เลือกเยอะมาก ราคาก็แรงพอควร (บางร้านนะ) ลองเลือกดูจ้ะ

เมนู Spring Rolls และ Salad เป็นเมนูที่สั่งทุกร้านจริงๆ น้ำจิ้มของแต่ละร้านก็เด็ดไม่แพ้กัน ! 55 

​ราคาถูกดีเลยจัดซักหน่อย เพ้นท์ลายเกร๋ๆ บริการดีเวอร์วัง คนขาย 3 คนช่วยพัดให้ รู้สึกสำคัญทันทีเรย อิอิ 

เดินข้ามสะพานเพื่อเก็บภาพไปเรื่อยๆ พนักงานเชียร์ขายพูด " Happy Hour"  หันกลับแทบไม่ทัน แวะอีกซักหน่อยมั้ย ? แฟนก็ไม่เคยปฏิเสธเล๊ยย (*เสียงสูงง ) เหตุเกิดมาจาก เราถามพนักงานว่ามีบารากุรสอะไรบ้าง ? เอ้ตี้ (80K VND) อ๋อออ บลูเบอรี่ ก็เลยได้นั่งอีกร้านด้วยประการฉะนี้หล่ะค่า เข้าใจผิดกันนั่นเอง สำเนียงสไตล์เวียดน่ารักอีกแบบ 55 

In Flame Club  Bar - BBQ - Restaurant - Cooking Class พวกเรามาที่นี่ 2-3 ครั้งในทริปนี้ค่ะ สั้นๆ อาหารอร่อย บรรยากาศดี ราคาไม่แรง เปิดเพลงคลอเบาๆ ริมแม่น้ำ ที่สำคัญอาหารตาแน่นค่ะ ! ขำขำน่ะ 55  

Day 10 - ฮอยอัน (Hoi An) ฉันยังไม่รักเธอ

ฮอยอัน เมืองโบราณ (Hoi An Ancient Town) มรดกโลกทางวัฒนธรรม เป็นเมืองขนาดเล็กๆ ที่มีตึกเก่า สถาปัตยกรรมเอกลักษณ์เฉพาะตัว ร้านค้าขายงานศิลปะหัตถกรรม รวมไปถึงวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวพื้นเมือง 

กิจกรรมวันแรก มาฮอยอันทั้งที ไม่ขี่จักรยานถือว่าผิด ดังนั้นปั่นวนไปค่ะ วนไป หาดเกาได๋ (Cua Dai) หาดทรายขาวที่ใช้พักตากอากาศ ไม่มีนักท่องเที่ยวมาก เงียบ และยังประสบปัญหา "น้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง" ในขณะนั้นซึ่งไม่สวยเท่าไหร่ทะเลไทยสวยกว่าจ้า มาเที่ยวฮอยอันแนะนำพักใกล้ตลาดเก่าดีกว่านะคะ 

ริมหาดไม่สวยเท่าไหร่ และไม่มีนักท่องเที่ยวเล่นน้ำหรืออาบแดดเลย มีแต่ในรีสอร์ทเท่านั้นจ้า

พวกเราแวะกินข้าวเที่ยง ที่ร้านอาหารเลียบหาดแถวนั้น ฝนกำลังมาพวกเราเลยตัดสินใจกลับไปพักแป๊ป 1 2 3 ลุยต่อค่ะ

ตลาดกลาง (Hoi An Central Market) ตั้งอยู่ศูนย์กลางเมืองเก่า อารมณ์ตลาดสดที่ผู้คนคึกคักตลอดเวลา มีอาหารท้องถิ่นมากมายในตัวตลาด และด้านนนอกมีทั้งดอกไม้ ผักและผลไม้ เครื่องเทศ สมุนไพร ร้านขายของชำปะปนกันไป  

ด้วยเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างจีน ญี่ปุ่น เวียดนาม และตึกเก่าสไตล์โคโลเนียล เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ถ่ายรูป เรียกว่าถ่ายรอบเมืองเลย เริ่มจะรักฮอยอัน ขึ้นมาแล้วสิ <3 <3 

สะพานวัดญี่ปุ่น (Pagoda Bridge) สะพานข้ามคลองเพื่อแบ่งกั้นเขตชุมชนชาวญี่ปุ่นและชาวจีน ซึ่งมีวัดญี่ปุ่นตั้งอยู่ด้านขวามือของสะพาน สวยงามมีเอกลักษณ์ทีเดียว แต่เสียตังก็บายค่า 

ถ้าอยากเข้าชมสถานที่สำคัญในเมืองเก่าฮอยอัน ต้องเสียตังประมาณ 200 กว่าบาทเลยนะจ๊ะ ดังนั้นไปต่อสถานีอื่นค่ะ 

แม่น้ำทูโบน (Tho Bon) เป็นแม่น้ำสายหลักของฮอยอัน เป็นเส้นทางติดต่อค้าขายทางน้ำมาตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่งหลังจากแม่น้ำเริ่มตื้นเขิน เรือสินค้าไม่สามารถเข้ามาเทียบท่าได้ ในปัจจุบันชาวบ้านก็ยังดำเนินชีวิตเรียบง่ายเช่นเดิม แจวเรือหาปลา และใช้เป็นเส้นทางสัญจรอยู่  

จริงๆแล้วพวกเราวางแผนกันว่า จะอยู่ดานังและฮอยอันแค่ 2-3 วัน แต่...ถ้าได้มาสัมผัสจะรู้เอง...  ยาวไปค่ะ 55

Faifo Cafe เป็นร้านที่เงียบสงบ บรรยากาศดี มีกาแฟเจ๋งๆ และเครื่องคั่วกาแฟเอง บริการดี และยังมีการตกแต่งสวนบนชั้นดาดฟ้าที่มีวิวสวย ได้ซึมซับบรรยากาศบางส่วนของเมืองเก่าด้วย 

ร้านขายโคมไฟสวยๆขายกันเรียงรายตลอดเส้นทาง ว่ากันว่าพ่อค้าจีน และญี่ปุ่นนำมาขายแทนการจุดไฟ  มันช่วยเพิ่มสีสันให้กับเมืองเก่าแห่งนี้

"รู้สึกเหมือนโดนดูดเข้าไปอยู่ในอดีตเลยอ่ะ"

เบื้องหลังรูปสวยๆใช่ไหม ตอบสิคะ ?!  

"อย่าแปลกใจทำไมเสื้อดูคล้ายกันหลายวัน แหม.....17 วัน กับเป้ 1 ใบ (แฟนบังคับ) จะเพียงพอยังไงหล่ะคะ ?? ซักบ้าง ไรบ้าง นี่ขนาดทั้งม้วนทั้งยัดทั้งเอายางมัดแล้วนะ ยังรู้สึกไม่พออ่ะ 55  ใส่เสื้อวนไปค่ะ"  

Day 11 - ตกหลุมรักฮอยอัน 

2 คืนสำหรับ Eden Homestay นับว่าเป็นอะไรที่คุ้มค่ากับราคาที่จ่ายค่ะ แต่พวกเราอยากเปลี่ยนบรรยากาศ เปลี่ยนวิวและมุมมองของเมืองบ้าง ยัดเสื้อผ้าใส่กระเป๋าแล้วย้ายมาที่นี่เลยค่ะ 

Hoi An TNT Villa  ห้องพักสวยงาม สะอาด พร้อมอ่างอาบน้ำแบบสปา ทั้งการบริการที่ดีเวอร์วังจากพนักงาน ทำเลดีมาก เดินจากใจกลางเมืองแค่ 5 นาที เหมาะกับครอบครัวหรือคู่รักมาพักผ่อน บรรยากาศอบอุ่นสไตล์เวียด และบุฟเฟ่ต์อาหารเช้าแบบจัดเต็ม มันคุ้มค่ากับการเสียตังค์ก็จัดเล๊ยยย  <3 <3 

"ส่วนตัวเราชอบที่นี่นะ ไฟเวลากลางคืนมันได้อารมณ์แบบโรแมนติกสุด อยู่ฮอยอันยาวก็เพราะที่นี่หล่ะ"

Hoi An Roastery  ช่วงเช้าชิลๆร้านกาแฟ ร้านนนี้ดูดี น่านั่งเชียว เติมพลังก่อนลุย !!

วันนี้พวกเรามากินอาหารง่ายๆ ในศุนย์อาหารตลาดกลาง (Hoi An Central Market) มาช้าตลาดวายนะเออ อยากลองต้องมาเร็วๆ  

White Rose ไอ้หน้าตาเหมือนดอกไม้สีขาวๆอ่ะ คือเมนูเด็ดของฮอยอัน ไม่ลองถือว่าพลาด "

หลังจากนั้นก็พักผ่อนอยู่โรงแรมจ้า พรุ่งนี้เตรียมตะลุยแบบทุกบาร์ไปเล๊ย

Day 12 - คืนสุดท้ายในฮอยอัน

"เค้าเล่ากันว่า เบียร์สดที่ฮอยอันถูกมาก แต่ก็ไม่คิดว่าจะถูกอะไรขนาดนี้ ตกเงินไทยประมาณ 5 บาท" 

ร้านหาไม่ยากตามพี่ Map ไปเล๊ยยย..

อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนขี้เกียจเที่ยวเองก็ติดต่อที่นี่เลยค่ะ ท่องรอบเมืองชิลล์ๆหรือเช่ารถยนต์ 1 คันด้วยราคา 110K  VND/1 คน เท่าที่เห็นมีบริการขับรถให้ด้วยแหละ นั่งชมวิวอย่างเดียว 🙂

ช่วงกลางวันเรียกว่า ว่ายน้ำ อาบแดด บลาๆ พักผ่อนตามอัธยาศัย แล้วก็เดินทางมาถึงเวลาที่รอคอย ตะลุยบาร์ในตำนาน 

Mr. Bean  1 ในบาร์ที่คนพูดถึงมากที่สุดในฮอยอัน เพลงดี งานในร้านก็ดี บรรยากาศดี แถมพนักงานโคตรจะบริการดีอ่ะ ช่วง Happy Hour นี่ราคาแบบสะอึก ! สรุปคือลองนั่งเกือบทุกบาร์แต่จบที่นี่ สนุกม๊าก ไม่อยากกลับเลย T T:

"โปรโมชั่น Happy Hour โดนมาก สั่งค็อกเทล 1 ฟรี 1 และฟรีบารากุ 1 เตา ได้ยินเช่นนั้นก็จัดเต็มหล่ะค่ะ "

พีคก็ตรงที่ สั่ง Mai Tai ,Long Island 2 ฟรี 2 และเบียร์ Larue 3, Cola 1 ต่อรองขอบารากุ 2 เตาก็ยังได้พนักงานน่ารัก ลองคุยดูนะจ๊ะ

Day 13 - ฮัลโหลโฮจิมินห์(Ho Chi Minh) พี่มาแล้ว 

รู้ตัวอีกทีก็เช้า 55 ต้องเดินทางไปโฮจิมินห์ Flight 4:25 ถึงสนามบิน 5:50 PM ตรงไปหาป้ายมีรถเมล์เข้าเมืองค่ะสีเขียวสาย 152 ค่ารถ 5K และสีเหลืองสาย 109 ค่ารถ 20K VND  ถึงปั้ปก็ดิ่งตรงหาโรงแรมก่อนเลย เป้ 7 โลแบกหลังจะหัก ! 55 

เมืองโฮจิมินห์ (Ho Chi Minh) หรือ ไซ่ง่อน (Saigon) เมืองใหญ่ที่สุดของเวียตนาม ตั้งอยู่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง ซึ่งถูกพัฒนาอย่างรวดเร็ว เจริญและทันสมัยที่สุดในเวียดนาม เป็นแหล่งการค้าการลงทุน รวมถึงแหล่งท่องเที่ยว จบสาระไปลุยกันต่อ ฮึ้บ...แบกเป้วนไปค่ะ !

Giang Son 3 Hotel ห้องพักสะอาด เตียงใหญ่ดี บริการดีเยี่ยมเหมาะสมราคา ใกล้กับสถานบันเทิงต่างๆ และเเหล่งรวมตัวของนักท่องเที่ยวยามกลางคืน คึกคักม๊ากกก เดินเพียง 3- 5 นาทีเท่านั้น !

ศาลาว่าการนครโฮจิมินห์ (Ho Chi Minh City Hall) ศาลาว่าการเมืองที่สวยที่สุดของโฮจิมินห์ เป็นตึกสไตล์ฝรั่งเศส มีหอนาฬิกาอยู่ตรงกลางสูงเด่นระหว่างตึกเคียง 2 หลัง แซมด้วยเสากรีกโบราณสวยงามจริงๆ

จัตุรัสโฮจิมินห์ (Tran Nguyen Hai Statue) จัตุรัสใจกลางเมืองที่มีรูปปั้นของอดีตประธานาธิบดี ตกแต่งด้วยดอกไม้สวยๆ สนามหญ้าและลานน้ำพุกว้างที่เป็นจุดนัดพบในเวลากลางคืน ให้ทุกคนได้มาทำกิจกรรมร่วมกัน

ชาวเมืองและชาวต่างชาติจะออกมาเดินเล่นช่วงกลางคืนกันอย่างคึกคักที่ลานน้ำพุแห่งนี้

หรือใครอยากจะช็อปไม่ใช่แค่ชิลล์ในย่านนี้ Vincom Center แหล่งช็อปปิ้งที่มากกว่า 250 ร้านและใหญ่ที่สุดในโฮจิมินห์ 

Barbecue Garden Restaurant  1 ใน 10 ร้านบาร์บีคิวที่ดีที่สุดในโฮจิมินห์ ห้องอาหารกลางแจ้ง ที่ราคาน่าคบ อาหารอร่อย บรรยากาศดี "ด้วยสีสันของไฟและต้นกล้วยที่แต่งร้านมันได้ฟิวแบบกึ่งทันสมัยกึ่งดั้งเดิม"  

ทุกคนดินเนอร์กันอย่างเมามันด้วยเสียง "ฟู่ฟ่า" ของการย่างเนื้อ และการสนทนาที่เหมือนจะทะเลาะกันมันช่างโรแมนติก  

Day 14 - ตะเวนกินถิ่นลุงโฮ 

ส่วนตัวพวกเราไม่ค่อยปลื้มโฮเท่าไหร่ไม่ค่อยมีอะไรทำ ไม่ใช่สไตล์เที่ยววัดหรือพิพิธภัณฑ์ นอกจากตระเวนชมเมืองและกิน นั่นคือเหตุผลที่พวกเราไม่ค่อยถ่ายรูปมากนักที่นี่ 

แนะนำร้านแรกก่อนเลยค่ะ  Five Oysters  "ติดใจไปทุกวันทั้ง Lunch ทั้ง Dinner"  รสชาติอาหารที่นี่จัดว่าอร่อยเลยหล่ะ หรือไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศในร้าน จะนั่งจิบชา กาแฟตอนเช้า เบียร์เย็นๆเบาๆก็ฟินจ้ะ และเมนูใหม่ๆน่าลอง ราคาไม่แรง บริการดี พนักงานเพียบ แถมยังพูดอิ้งสำเนียงเป๊ะเวอร์จ้ะ                                                                                                          

Address : 234 Bùi Viện, Phạm Ngũ Lão, District 1, Hồ Chí Minh, Vietnam                                             Tel : +848 6291 6847

Rose Garden ร้านติดกับ Five Oysters เลยค่ะ ไหนๆก็ตระเวนกินแล้ว เอาทุกร้านไปเรย ตัวร้านน่านั่งชิลล์ ชมเมือง มี 2 ชั้น โซฟานั่งสบาย อาหารที่นี่อร่อย และราคาเหมาะสม พนักงานเป็นมิตร สุภาพ ต้องมาลองกันค่ะ                               
Address : 
232 Bui Vien street, District 1, Ho Chi Minh, Vietnam                                                                  Tel : + 848 6291 6822

ตลาดนัดกลางคืนข้างตลาดบินถั่น ตกกลางคืนสัก 1 ทุ่มตรงข้างๆตลาดบินถั่นจะมีร้านแผงลอยคล้ายถนนคนเดินบ้านเราแหละ ใครสนใจหาซื้อของถูกก็มาเดินเล่นได้ที่นี่ ไม่มีอาหารขายมากนัก และร้านอาหารซีฟู้ดที่นั่นราคาแรงพอสมควร ! กลับบ้านนอนดีกว่า 

Day 15 - คืน Hang out ในกรุงโฮ(จิมินห์)

พวกเราย้ายมาที่  Thien Hai Hotel  โรงแรม 4 ดาว ห้องพักสวยสะอาดตา เป็นโรงแรมใหม่อยู่ใจกลางเมือง ที่สำคัญมีลิฟท์ด้วย (ปกติขึ้นบันไดเอาหน่ะ ! 55) ทำเลที่ตั้งสมบูรณ์แบบง่ายต่อการเดินทาง เพราะใกล้สถานที่สำคัญ พนักงาน
น่ารัก บริการดีเยี่ยม ช่วยเหลือแบบสุดพลังจ้า                                                                                                                     Address : 220 Lý Tự Trọng, Bến Thành Quận 1 Hồ Chí Minh, Vietnam                                                     Tel : + 849 7933 8728                                                                                                                               

อาบน้ำแต่งสวยแล้วไปลุยกันเลย อุ้ปส...แต่แบ็คแพ็คเกอร์สาวไม่ได้ยัดส้นสูงมาด้วยนี่สิ สวยท่อนบนก็ยังดีว๊า 555  

Chill Sky Bar - Dining  ตั้งอยู่บนตึก AB tower ข้างๆกับตึก New World Saigon Hotel บรรยากาศแจ่มว้าวเลยค่ะ วิวพาโนราม่ารอบกรุงโฮจิมินห์ เพลงชิลล์ฟังสบายช่วงค่ำ และตี๊ด...ตื๊ดในช่วงดึก แต่งเรียบหรู ไม่ซีเรียสเรื่องรองเท้า เครื่องดื่มราคาแรงทีเดียวหล่ะ ... แนะนำช่วง Happy Hour  ดีกว่า ค็อกเทลก็แรงดีออกหวานนิดๆ ชอบที่นี่ค่ะ  <3                                    
Address : tang 23, 76 Lê Lai, Bến Thành, Hồ Chí Minh, Vietnam                                                                    Tel : + 849 3882 2838

หาไม่ยาก ตามพี่ Map ไปเลยจ้ะ 

มองเห็นการจราจรที่แออัดในช่วงเย็น แต่ก็คงไม่เท่ากรุงเทพสินะ  อิอิ

แจ่ม จ่า แดม แจ่ม ว้าวว มั้ยล่ะ...อันนี้เป็นโซน outdoor กินลมชมถนน เอ๊ย ชมวิวจ้า 🙂 

มีโต๊ะอาหารและโซฟายาวเรียบหรูนั่งสบายทางด้านใน และบาร์เก๋ๆ คอยบริการทางด้านนอก 

ถ้าอยากนั่งโต๊ะสีแดงสวยๆที่นี่ ต้องเปิดขวดจองนะจ้ะ  ลองแวะมากันนะ 

จากนั้นพวกเราก็ไปตามรีวิวในเว็บเลย คืนนี้จบที่  The Observatory Saigon 1 ใน 6 ผับที่ดีที่สุดในโฮจิมินห์ ห๊าาา...
ทีแรกตกใจทางเข้ามาก หาแทบไม่เจอ คล้ายผับใต้ดินเลยอ่ะ แถวๆ District 4 อยู่บนตึกชั้น 3 ฟรีค่าเข้าก่อน 11:00 PM (หลัง5ทุ่ม 150K VND) เปิดเพลงชิลล์เฮาท์และดิสโก้ ให้แดนซ์บนฟลอร์ยันโต้รุ่งเลย ทั้งระเบียงแบบ open air พร้อมชมบรรยากาศของแม่น้ำไซง่อนยามค่ำคืน ถ้าจะไปแนะนำหลังเที่ยงคืนจะดีกว่า ช่วงค่ำคนน้อยมว้าก  "เครื่องดื่มราคาไม่แรงเวอร์วัง แต่ก็มึน รึเราจะคออ่อนนะ"    Opening Hours : Wednesday - Sunday 6:00 PM - 6 :00 AM                                                                             Address : 5 Nguyen Tat Thanh, District 4, Ho Chi Minh City                                                                           Tel : + 848 3925 9415 

Day 16 -  อย่าลืมของฝากหล่ะ 

พวกเราไม่ได้มาเที่ยวแบบรีบมารีบกลับ 1 วันต้องเที่ยวหลายๆสถานที่แล้วไปที่อื่นต่อมีเวลาน้อย แต่ชิลล์แบบไม่เหนื่อย บางร้านก็ไม่ได้รีวิวให้ วันนึงกินเกือบ 10 ร้าน สงสารคนอ่านถ้ารีวิวทั้งหมดอ่ะ พวกเราเลือกร้านที่ดีที่สุดไว้ให้แล้ว สำหรับคนอื่นแบบไหนไม่รู้แต่สำหรับเรา "นี่สิเรียกว่า Holiday ที่พักผ่อนจริงๆ"  ไม่อยากกลับไทยไปแบบเหนื่อยๆแล้วต้องทำงานต่ออ่ะ  มันเหมือนเราไม่ได้พักเลย !

ไลฟ์สไตล์ชัดเจนค่ะ >> ตระเวนหาของฝากมารีวิวร้านแรกดีกว่า ซุปเปอร์มาร์เก็ตของเมืองซาปา คล้ายๆสหกรณ์บ้านเราแหละ/ร้านขายส่ง สินค้าในร้านทั้งหมดราคาค่อนข้างถูกกว่าร้านอื่นมาก

ตัวร้านหาง่ายค่ะตั้งอยู่ในกลางเมือง และติดกับร้าน Viet Khanh Coffee ผู้คนทีนี่คึกคักตลอด สังเกตง่ายเวอร์ มีขนมให้เลือกกินเพียบแต่ถ้าเป็นสายดริ้งจะดื่มเบียร์หรือจิบไวน์ชิลล์ ชิลล์ที่โรงแรม หรือซื้อฝากแนะนำร้านนี้ราคาถูกที่สุดแล้ว 

โดยเฉพาะไอ้เจ้าแชมเปญอันนี้ รสชาติดี๊ดี ถูกใจพี่ไปเลยแต่หาซื้อยากมว้าก ใครเจอก็ฝากจัดหน่อยนะ 🙂

ห้างสรรพสินค้าขนาดเล็กในโฮจิมินห์ที่ราคาย่อมเยาที่สุดต้องที่นี่เลยร้าน  Co.opmart Cống Quỳnh สินค้าราคาแพงกว่าร้านแรกที่เมืองซาปานิดหน่อย แต่ก็พอรับได้นะ เพราะถูกกว่าร้านอื่นในกรุงโฮเลย ร้านบางแห่งในตลาดราคาโคตรแรง รับไม่ไหวจริงๆ

Day - 17 บ๊าย บาย เวียดนาม 

พวกเราไม่ได้ทำอะไรมากวันสุดท้าย เดินเตะฝุ่นข้างถนนเพื่อจดจำบรรยากาศของเวียดนามวันสุดท้ายนี้ไว้ และทานอาหารเที่ยงร้านข้างสถานทูตไทย พร้อมเตรียมแพ็คกระเป๋าเป้ 7 โลใบเดิมเพิ่มเติมคือของฝากอลังการมาก แบกเข้าไปไหล่แทบหลุด ! และใช้ชีวิตและเวลาส่วนใหญ่อยู่ที่สนามบิน  

สรุปทริปเวียดนามพลีชีพ

คงจะหนีไม่พ้นเมืองที่รู้สึกเหมือนโดนดูดเข้าไปในอดีตกาลแน่นอน ฮอยอันฉันรักเธอ ด้วยเสน่ห์ของเมืองเก่ามันรู้สึกเหมือนโลกมันหมุนช้าลง ผ่อนคลายสุด รวมถึงร้านอาหารที่นั่น อร่อย และราคาเบาหวิวแบบอยากกินร้านเดิมๆ 3 เวลาอาหารเลยอ่ะ  ซิกเนเจอร์สุด นั่นเป็นเหตุผลที่เราเปลี่ยนใจอยู่ฮอยอันหลายวัน   

องลงมาต้องยกให้พี่อ่าวฮาลองเค้าหล่ะ ทะเลที่นั่นไม่ได้สวยเวอร์วังหรอกแต่มันได้อารมณ์แบบหลุดเข้าไปในหนังรักโรแมนติกอ่ะแกร๊ร...เหมาะกับการพักผ่อนแบบทิ้งตัวอ่ะ เอาทุกสิ่งทิ้งลงทะเล บรรยากาศบนเรือมันพาไปน่ะ  😛

สุดท้ายติดใจบรรยากาศใกล้ชิดธรรมชาติแบบสุด ท่องทุ่งนา ป่าและน้องควายเมืองซาปานั่นหล่ะ ส่วนตัวไม่อินสถานที่ทางประวัติศาสตร์เท่าไหร่ ส่วยฮานอยผู้คนไม่ออกกลางวัน ตกกลางคืนคนพรึ่บมาก แนวท่องราตรีซะมากกว่า งานกิน งานเดินตลาดนัด งานนั่งชิลล์ก็ไม่แย่นะ เข้าทางเบาๆ  ดานัง เราเฉยๆนะ ไม่ดีไม่แย่ แต่ไม่มีไรทำมากที่นั่น 55 

>> ขอบคุณภาพสวยๆจาก Jakub Hanke เพื่อนร่วมทางและช่างภาพส่วนตัว(เหมือนจะดี) ที่กดถ่ายเป็นร้อยให้ 1 รูป แล้วแต่อารมณ์ด้วยนะจะส่งให้เมื่อไหร่ตอนไหน 55 

Comments

  1. วางแผนจะไปปีหน้า แต่น่าสนใจมาก ละเอียดจริงๆครับ
    ขอบคุณสำหรับรีวิวดีดี

  2. Will go there in a couple of weeks. Love the review. Fun to read and very useful. Nice pics. You looked stunning.

  3. Hi Clear,
    Yes ka. I’m from Thailand. Just live and work abroad (and yes too to type in Thai as my computer’s keyboard only has English).
    Your review is very useful. We’re planning to arrive there in 2 weeks and will spend 20 days there. Looks like we will spend more time in Hoi An than other places. Perhaps get away to Angor Wat for a few days too. If you want too I will share that with you when I’m back ka.
    Keep up good work!

  4. รีวิวละเอียดดีครับ เป็นข้อมูลที่ดีมาก แต่ลุงกะป้าคงเลือกไปกะทัวร์ ฯ เร็ว ๆ นี้

  5. อ่านรีวิว แล้วอยากไปเที่ยวเวียดนามด้วยเลย เป็นการรีวิวที่ละเอียดมากขอบคุณนะค่ะ รูปสวย นางแบบสวยมากกกกกกค่ะ แอบฮ่าที่คุณแฟนบอกว่า แต่งหน้าไปเดินเขา ใช่ค่ะเพื่อรูปภาพที่สวยสมใจ

    1. Author

      ต้องไปลองค่ะ เวียดนามถือเป็นประเทศน่าเที่ยวที่หนึ่งในโซนเอเชียเลย เคลียร์ว่ากำลังจะย้ายไปเวียดนามอีก 30 วัน ยังเหลืิออีกหลายที่ยังไม่ได้เก็บ ! แถมทุกวันนี้ยังแต่งหน้าไปขึ้นเขาอยู่นะคะ 55

Leave a Comment